วันศุกร์, พฤษภาคม 02, 2551

บริบ่นรำพรรณ ๙

ไม่อยากให้เลือดไทยต้องนองแผ่นดิน

*ต้องยอมรับ ว่า อดีตนายกทักษิณฯ ท่านเป็นคน เก่ง ฉลาด หลักแหลม และ ว่องไวในการคิดและตัดสินใจในเรื่องการคิดใหม่ ทำใหม่ ที่สร้างสรรค์
ต้องยอมรับ ว่า ท่านได้สร้างนวัตกรรม ทางการบริหารบ้านเมืองได้อย่างโดดเด่น

เสียดายที่ อดีตนายกทักษิณฯ ใช้คำพูดดูแคลนขบวนการก่อการร้ายสามจังหวัดภาคใต้ ว่าเป็นแค่โจรกระจอกโจรห้าร้อย พวกติดยาเสพติดไม่น่ากลัวเกรง จนสถานการณ์รุนแรง มากขึ้นแทนที่จะลดลง

เสียดายที่ อดีตนายกทักษิณฯ ปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใยการเสนอตัวเจรจาของตัวแทนขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่เสนอตัวเข้ามาช่วยเจรจา ในช่วงที่ไฟใต้เริ่มคุโชนใหม่ๆ

เสียดายที่อดีตนายกทักษิณฯใช้อำนาจแทรกแซงองค์กรเอกชนตามรัฐธรรมนูญสถาบันยุติธรรม และดื้อรั้นที่ไม่ฟังเสียงคัดค้าน จนกลายเป็นการใช้อำนาจเผด็จการในการบริหารและในสภาฯ

ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากให้ อดีตนายกทักษิณฯ ใช้ ท่วงที วาจาที่รุนแรง สร้างศัตรูกับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย


เสียดายที่ อดีตนายกทักษิณฯเชื่อ และหลงใหลไปกับ การประจบ สอพลอจากบริวารรอบตัว จนขาดการระมัดระวังในเรื่องการพูดและการใช้อำนาจ

เสียดายที่ อดีตนายกทักษิณฯ ใช้ท่าทีแข็งกร้าวไร้เยื่อไย ต่อการคัดค้านและไม่เห็นด้วยของกลุ่มฝ่ายค้านและพลังต่างๆ ซึ่งมีต่อพฤติกรรม บทบาท และการกระทำบางอย่างของท่าน จนกลายเป็นการสร้าง แรงกดดัน สร้างศัตรู กับนักวิชาการ ฝ่ายค้าน และใครต่อใครมากมาย จึงกลายเป็นเงื่อนไขให้ทหารสามารถเข้ามายึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางฝ่ายที่เห็นด้วยกับการล้มกระดานมากกว่าคนที่ไม่เห็นด้วย

และก็ไม่อยาก ให้ ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในรัฐบาลชุดนี้

และก็ไม่อยาก ให้ รัฐบาลชุดนี้ ใช้อำนาจและโอกาส แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อ พรรค และพวก ตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยง ความผิดบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ที่ได้ผ่านขบวนการจัดทำร่างของคณะกรรมการ ที่สรรหามาจาก ตัวแทนวงการต่างๆ และได้ผ่านขบวนการลงประชามติจากประชาชนทั่วประเทศ และผ่านการทรงลงประปรมาภิไธ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้ว

และก็ไม่อยาก ให้ รัฐบาลชุดนี้ ดึง ดัน ฉุด ลูก เมีย วงศาคณาญาติ พวก ตน เสวยตำแหน่ง หน้าที่ ด้วยใช้อำนาจ โอกาส กับการใช้วาจา สำนวนโวหาร อ้างเหตุผล สำนวนอันคมคาย หลักแหลม ด้วยการเอาสี่ข้างเข้าถู อย่างย่ามใจ

และ ก็ไม่อยากให้ ความไม่ชอบมาพากล อย่างไร้ความละอาย จนย่ามใจ จนสิ่งเหล่า นี้ ไปสร้างความ กด และ ดัน บีบคั้น ทำลาย ความอดทนจิต ของปวงประชา เกินระดับแห่งความความชอบธรรม และความพอดี แห่งปวงประชา ที่จะอดกลั่น ในกรอบแห่งความพอเพียง ความละอาย และความเกรงใจ

และก็ไม่อยากให้ เกิดความขัดแย้ง ความไม่พอใจ จนบ้านเมือง ของเรา ต้อง นองไปด้วยเลือดของคนไทยด้วยกันเอง

บริบ่นรำพรรณ ๘

แก้รัฐธรรมนูญให้รัฐบาลเข้มแข็งถามว่า.... เข้มแข็งเพื่อใคร?

*เมื่อพรรครัฐบาลทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้วต้องยุบพรรค เราควรแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐบาลเข้มแข็งนั้น ต้องถามว่า เข้มแข็งเพื่อใคร? เพื่อพรรคที่เป็นรัฐบาล หรือเพื่อชาติบ้านเมืองเข้มแข็งมั่นคง

ประเด็นที่ควรพิจารณากันก็คือ การเสนอขอแก้รัฐธรรมนูญ ม. 237 เพื่ออะไร?
แก้รัฐธรรมนูญเพื่อใคร?
หาก พรรคพลังประชาชน เป็นพรรคฝ่ายค้าน จะแก้รัฐธรรมนูญ ม. 237 หรือไม่

ที่ถูกแล้ว การที่จะขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ ดังกล่าว ควรต้องวางเป้าหมายโดยอาศัยสถานการณ์ของชาติ บ้านเมือง ว่าเราต้องการอะไร ต้องการให้รัฐเป็นอย่างไร

ซึ่งเราจะต้องเอาบทเรียนการเมือง การปกครอง ความเป็นความตาย ของชาติบ้านเมืองในอดีตที่เกิดขึ้น เป็นครู ว่ามันได้เคยเกิดอะไรขึ้น เพราะอะไร เราจำเป็นต้องบัญญัติสิ่งเหล่านั้น ไว้ในรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันและแก้ไข มิให้เกิดเหตุการณ์อะไรดังกล่าวขึ้นอีก อันจะทำให้ ชาติบ้านเมืองของเราเกิดความวุ่นวายอย่างไม่จบสิ้น เหมือนประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น อีกและเกิดขึ้นอีกซ้ำซากอย่างไม่สิ้นสุด

การแก้ไขปัญหาโดยใช้กฎหมาย รัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหาที่เคยเกิดขึ้น ถือว่าเป็นการสมควรแล้ว เพื่อมิให้ประวัติศาสตร์ เกิดซ้ำรอยขึ้นมาอีก เพื่อให้ชาติบ้านเมืองของเรามีเสถียรภาพ มีความมั่นคงแข็งแรง

แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คงมิใช่เพื่อให้พรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชาชน หรือพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคใดๆอย่างแน่นอน

และการที่จะอ้างว่า หากพรรคที่เป็นรัฐบาลต้องถูกยุบพรรคและไม่สามารถเป็นรัฐบาลบริหารชาติบ้านเมืองได้ หากเพราะทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ตามระบบการปกครองแบบประชาธิปไตย แล้วจะทำให้ประเทศชาติขาดเสถียรภาพนั้นคงไม่ถูกต้อง เพราะในทางการเมือง ย่อมต้องมีตัวตายตัวแทน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนการบริหารชาติ บ้านเมืองแทนกันได้ โดยมีประชาชนเป็นผู้เลือก และเป็นผู้ประเมิน โดยมีรัฐธรรมนูญ เป็นกรอบ กติกา ควบคุม บังคับอยู่

เราคงไม่ต้องการให้เปลี่ยนรัฐธรรมนูญกันบ่อยๆโดย อ้างอย่างเดียวว่า เพื่อให้รัฐบาลมีความมั่นคงแต่ไม่พูดถึงการใช้อำนาจเผด็จการในสภาแทรกแซงสื่อ แทรกแซงองค์กรเอกชนตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีเป้าหมายชัดเจน ว่า แก้เพื่ออะไร เพื่อพรรคพลังประชาชนในปัจจุบัน หรือเพื่อชาติ

ดังนั้น ไม่ว่าพรรคไหน พวกไหน ที่ได้เป็นรัฐบาล ขอให้ดู ผลประโยชน์ของชาติ ของประชาชนเป็นที่ตั้งมากกว่าที่จะดู ผลประโยชน์ของพรรคตนหรือพวกพ้องตน การจะขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ อย่างไร หากเป็นการทำให้ รัฐบาลมีเสถียรภาพและสามารถทำให้ฝ่ายค้าน มีความเข้มแข็งในการตรวจสอบคัดค้านในสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล และ มีองค์กรเอกชนตามรัฐธรรมนูญ ที่สามารถเป็นตัวแทนรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ เชื่อได้เลยว่า ชาติบ้านเมืองจะต้องมีเสถียรภาพ ประชาชนจะอยู่เป็นสุข และเราจะได้พรรคการเมืองที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นพรรคการเมืองอย่างทุกวันนี้

การที่รัฐธรรมนูญทำให้พรรคที่เข้ามาเป็นรัฐบาลเข้มแข็งเพียงอย่างเดียว แต่แต่ฝ่ายค้านไม่สารถสตรวจสอบรัฐบาลได้ องค์กรเอกชนตามรัฐธรรมถูกเบียดแทรก (หรือที่เรียกว่า เป็นการเผด็จการในสภา)สักวันหนึ่ง คงจะเห็นประชาชนทุกหมู่เหล่า ต้องเดินขบวนขับไล่รัฐบาลอย่างที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

วันอังคาร, เมษายน 08, 2551

บริบ่นรำพรรณ ๗

“สังคม เป็นอย่างนี้....เพราะใครและใครต้องรับผิดชอบ ?”



*ทุกวันนี้ เราจะได้รับรู้ข่าวคาว เรื่องเลวร้ายชองคนในยุค นี้ สมัยนี้ กันมากมาย ชนิดที่ว่า ไม่เคยได้เจอะได้เจอ เมื่อสัก ห้าสิบปีที่แล้ว เอาเป็นว่าเพียงชั่วอายุคนเท่านั้น หลายสิ่งหลายอย่างในสังคมนี้ ในเมืองนี้ ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ฆาตกรฆ่าคนตายอย่างชนิดเลือดเย็น โดยที่ระหว่างคนที่ถูกฆ่ากับคนที่เป็นคนฆ่า มิได้มีความโกรธเคือง ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกันมาก่อนเลย บางรายมิได้รู้จักกันเสียด้วยซ้ำ

มันได้เกิดอะไรขึ้นในสังคม เป็นที่น่า คิดว่า เขาเหล่านั้น อยู่ดีดีก็กระโดดออกมาจากรูไม้ไผ่ ออกมาเข่นฆ่า คนเป็นว่าเล่นกระนั้นหรือ??

คำตอบก็คือ เปล่าเลย...!! ทุกคนที่ก่อพฤติกรรมทำเข็ญดังกล่าว ล้วนแล้วแต่ เริ่มเกิดขึ้นมา และได้ผ่านระบบการเรียนการสอนมาจากโรงเรียนแล้วทั้งสิ้น หลายราย ผ่านการศึกษาเล่าเรียน มาจากสถาบันระดับอุดมศึกษา มีความรู้ มีความสามารถดี อาจเป็น แพทย์ ครู อาจารย์ แม้แต่พระ ยังมี ด้วยซ้ำไป
เราคงต้องมีการตรวจสอบ กันได้แล้วว่า อะไร เป็นเหตุ ปัจจัย ให้สิ่งเหล่านี้ เกิดขึ้นในสังคม เรา ตรวจสอบดูว่า มันเกิดมาผิดพลาดตรงไหน ?

1.ระบบการเรียนสอนในโรงเรียนกระนั้นหรือ ?
2. ครอบครัว มิได้มีการอบรมสั่งสอน ดูแล เอาใจใส่ กระนั้น หรือ เป็นประเภทสอนลูกให้เป็นโจร ?
3.สังคมรอบข้างล้วนแต่มีสิ่งเลวร้าย ?
4.มาตรฐานในสังคม เปลี่ยนไปในทางเลวร้ายขึ้น ?
5.หรือโดยสันดาน จริงหรือ ?


และคำถามหนึ่งที่ผุดขึ้นมา ก็คือใครเป็นผูที่ต้องรับผิดชอบความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในสังคม
มีการ หน่วยงานใด สถาบันไหน ใคร ที่ออกมาสัมภาษณ์สอบถามพูดคุยกับ ผู้กระทำความผิดเหล่านี้ อย่างไรบ้าง
ใคร? หน่วยงานไหน ? สถาบันใด ที่ควรจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

หรือ ตัวใครตัวมัน ? รัฐบาล ? หรือ เรื่องของมึง( ใคร หละ ?)


*รัฐบาล เมื่อมีการ เลือกตั้งเข้ามา บริหารชาติบ้านเมืองแล้ว ต้องรับผิดชอบ เมื่อกล้าหาญชาญชัย ที่ จะเสนอตัวเข้ามาบริหารชาติบ้านเมืองแล้ว
เพราะ เมื่อกล้าออกมาอาสา อยากเป็นรัฐบาล อยากมีอำนาจ อยากมีหน้ามีตา เมื่ออยากได้เป็นรัฐบาล เมื่อได้ตำแหน่ง มีอำนาจแล้ว ต้องออกมาแสดงตน อย่างชัดเจน และต้องกล้าที่จะต้องรับผิดชอบ สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ในบ้านเมือง ที่กระทบต่อ ความปลอดภัย กระทบต่อ ความผาสุกของ ประชาชน อย่างนี้

มิใช่เพียง สักแต่ พ่นหน้าจอทีวี น้ำลายกระเด็น ใส่ ประชาชน
มิใช่สักแต่ทะเลาะ ด่าทอ นักข่าวไปวันๆ
มิใช่พอบอกว่า หมูแพง ก็ ให้ไปกินไก่
มิใช่ พอสามจังหวัดภาคใต้ รุนแรง ก็ ไล่ ให้ มท1 ไป แก้สถานการณ์
มิใช่ สามจังหวัดภาคใต้ รุนแรง ก็ ลงไป ปราบที่สงขลา
มิใช่บอก สังคมรอบข้างมัน เลวร้าย ก็บอกให้ อยุ่แต่ในบ้าน อย่าออกไปไหนซะก็สิ้นเรื่อง


การที่รัฐบาลบอกว่า รัฐบาลจะต้องมีเสถียรภาพเพื่ออยู่ครบสี่ปี จึงจะทำงานได้เต็มที่ นั้นคงไม่หมายถึงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหายาเสพติดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งจะต้องหมายความรวมถึงการที่ต้องรีบแก้ไขปัญหา สังคม ปัญหาอาชญากรรมเหล่านี้ด้วย

เป็นหน้าที่ของหัวหน้ารัฐบาล คนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบเต็มตัว จะปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และ รัฐบาลเองก็ ต้องควบคุม ตรวจสอบ การทำงานของข้าราชการอันเป็นกลไกของรัฐให้ ทำงานตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ ให้เต็มความรู้ ความสามารถ ด้วยจิตสำนึกรับใช้สังคม รับใช้ประชาชน ส่วนรวม และข้าราชการประจำ ที่มีอำนาจ หน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องออกมารับผิดชอบอย่างจริงจัง มิใช่ มัวแต่เกาะแข้งเกาะขา ทำงานที่นักการเมืองชอบ ทำงานเอาใจ นักการเมืองผู้มีอำนาจ แต่งานหน้าที่ความรับผิดชอบที่ เป็นเรื่องปาก เรื่องท้อง เรื่อง ความทุกข์ ความสุข ของประชาชนที่แท้จริง กลับไม่ใส่ใจ ทั้งๆที่อำนาจ หน้าที่ มีอยู่ในมือ ดังที่เรามักได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ เรื่อง เจ้าหน้าที่ รับผลประโยชน์ เรื่อง บ่อนการพนัน ซ่องโสเภณี แรงงานข้ามชาติ การค้ายาเสพติด เถ้าแก่เจ้าของโรงเลื่อยลักลอบตัดต้นไม้ ล่าสัตว์ ในป่าสงวน วินมอเตอร์ไซค์ คิวรถเถื่อน รถบรรทุกเกินอัตรา หนังแผ่นละเมิดลิขสิทธิ์

ที่เลวไปยิ่งกว่านั้น ก็คือการหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนโดยเรียกร้องเงินค่าดำเนินการเรื่องที่เจ้าทุกข์มา แจ้งความร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือจาก เจ้าหน้าที่ของรัฐ(เจ้าหน้าที่ตำรวจ)ให้กับ ที่ประชาชนตาดำๆเดือดร้อน อะไรต่อมิอะไร มากมาย จาระไนไม่จบ แต่พอนักการเมืองผู้มีอำนาจ เพียงเอ่ยมาคำเดียวเท่านั้น ก็ วิ่งทำกันหัวซุกหัวซุน เพียงแต่ให้ตัวเอง ติดเก้าอี้ และไต่เต้าได้เป็นใหญ่เป็นโต เอาตัวเองรอดไปวันวัน

เพราะ รัฐบาล มีอำนาจรัฐ มีกลไกของรัฐ มีเงินงบประมาณ ที่มาจากเงินภาษีอากร ของประชาชน มีทั้งอำนาจตามกฎหมาย ที่อยู่ในมือ ที่กำหนดทิศทาง และสามารถนำมาใช้ สามารถควบคุม กำหนดแนวทาง ที่ จะต้อง บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับ ประชาชนและสังคมเป็นเบื้องต้น ส่วน ประชาชน กลุ่ม องค์กร สถาบันภาคเอกชน ก็ต้องช่วยกัน โดยองค์รวมทางจิตสำนึก อยู่แล้ว

เพราะเหตุฉะนี้ แบบนี้ คำตอบ ก็คือ รัฐบาล( ซึ่ง ก็หมายรวมถึง รัฐบาลทุกรัฐบาล ที่ผ่านมา) และ หน่วยงานของรัฐ ที่มีอำนาจหนาที่ ซึ่ง ทั้งมีอยู่มากมาย แต่ ....ไม่ทำ? จนสังคมเราเลวร้ายลง จนถึงทุกวันนี้...

บริบ่นรำพรรณ ๖

ใคร..ใคร ใคร..ต้องรับผิดชอบ?


* ทุกวันนี้ โจรผู้ร้าย ชุกชุมยิ่งกว่ายุง การปล้นธนาคาร มันง่ายเสียเหลือเกิน ไม่ต้องวางแผนไม่ต้องคิดกันมาก มีคนเคยตั้งข้อสงสัยไหมว่า เพราะ อะไรมันถึงได้มากมาย ง่ายดายกันนัก ไม่ต้องวางแผนคิดมากเหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนกว่าที่จะทำการปล้น ต้องดูลาดเลา ต้องดูแล้วดูอีก เดี๋ยวนี้ ไม่ต้อง นึกอยากปล้นก็ปล้น ได้แล้ว ใช้ปืนปลอมก็ปล้นได้ ท้ายข่าวเรื่องการปล้น มักจบข่าวว่า คนร้ายหนีลอยนวล ไอ้ที่จับได้มันเป็นเรื่องที่หลัง นี่เรียกว่า เป็นเกมส์โปลิสไล่จับขโมย เจงๆๆ และ อีกหน่อยก็เป็นเกมส์ ขโมยไล่จับโปลิส แหงๆ ระวังให้ดีเถอะ

แล้วก็เรื่องคนร้ายขว้างปาก้อนหินใส่รถบนท้องถนนจนมีคนบาดเจ็บ ตาย โดยมิรู้อิโหน่อิเหน่ อีกหละ

ฆ่า ลูก ฆ่าเมีย ฆ่า พ่อ ฆ่าแม่ ตัวเองตาย เป็นแฟชั่น แล้ว มัน อะไรกัน เนี๊ยะ เมื่อก่อนบอกใครมาฆ่าลูก ฆ่าเมีย ฆ่าพ่อ แม่ ตัวเองตายเป็นต้องล้างแค้น ล้างบาง กันขนานใหญ่
ทำไม?
เอาอีก นี่ก็อีกเรื่องที่ น่าเศร้า......คนร้าย ขโมยถอดน๊อต เสาไฟฟ้าแรงสูงราคาเกือบสิบล้านบาท ขายร้านรับซื้อของเก่า ได้เงิน 300 กว่าบาท เว้ย นี่มันอะไร...


ผมว่า อีกหน่อยก็คง มีข่าว จาก สำนักข่าว CNN ว่า

- ขอรายงานข่าว สถานการณ์ในประเทศไทย ณ ขณะ นี้ ว่า เมืองไทย ดินแดนแห่งสยามเมืองยิ้ม เมืองพุทธศาสนา รุ่งเรือง นามประเทืองว่าเมืองทอง โรงพักจำนวน 250 โรง ทั่วนครบาล ถล่ม ตำรวจบนโรงพัก วิ่งหนีกระเจิงออกจากโรงพักขวัญหนีดีฝ่อ ไม่คิดชีวิต เพราะ ถูก ซาเล้ง ขโมยถอด เหล็กเส้น และน๊อต เสาตอหม้อ โรงพัก ขายร้านรับซื้อของเก่า ได้เงิน 1,500 บาท ไป แทงกบดำกบแดง หลังโรงพัก ข้างบ้านพัก ผู้กำกับนั่นเอง

- นายกรัฐมนตรี เดินตกท่อ ระบายน้ำ ขณะ เดินจากรถขึ้น ห้องทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล หัวแตก จมูกหัก เย็บ 20เข็ม ข่าวคืบหน้าแจ้งว่า เมื่อคืน รปภ.ทำเนียบบอกเห็นคน ยกฝาท่อออกมาจากท่อ บอกว่า จะเอาไปซ่อม แต่ปรากฏว่า ไปพบที่ ร้านรับซื้อของเก่า แถว ข้างบ้านนายกเอง คนรับซื้อบอก รับซื้อ 2000 บาท

- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เต้นเป็นจ้าวเข้า เพราะ โดนขว้างด้วยขวดกระทิงแดง จนหัวแตกเลือดอาบเย็บ 12 เข็ม ขณะนอนเล่นอยู่บนบ้าน

- ภรรยาอธิบดีกรมการศาสนา ถูกวิ่งราวกระเป๋าในวัด ขณะทำบุญ สูญเงินสดพร้อมนาฬิกามือถือ มูลค่าทรัพย์สิน เหยียบ แสนบาท

- เด็กนักเรียนหญิงอายุ 10 ขวบ ถูกคนร้ายบุกข่มขืน ในห้องเรียน ขณะครู ที่สอนหันหลังเขียนกระดานดำ
---จบรายงานข่าว จากประเทศไทย ---

ผมว่า ข่าวอย่างนี้ คงมีให้เห็น ในไม่ช้า นี้ อย่างแน่นอน.
คำถาม คือ
“ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ?”

ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อัยการ รัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง รัฐบาล นายกรัฐมนตรี พรรคฝ่ายค้าน ครู อาจารย์ โรงเรียน มหาวิทยาลัย พ่อ แม่ พี่น้อง หรือ พระ?? หรือ หนังสือพิมพ์ (งานนี้ หนังสือพิมพ์ ไม่เกี่ยวอยู่แล้ว ดีตรงที่มีข่าว มันๆ ชนิดให้เล่น ไม่เหงามือ แต่โทษที พวกนี้ ไม่ได้ รวมหัวเป็นแก๊งส์ น่า อีต่างคนต่าง ขว้างก้อนหิน เอ้ย ต่างคนต่าง งัด แงะ แกะ ตี ชิง ยิง ปล้นกัน น่า)
หรือ ว่า ช่าง แ....ง มัน ตัวใครตัวมัน.

เพราะ พวกหนึ่งก็มัว ไล่ ด่า นักข่าว เป็นรายวัน
อีกพวกก็มัวแต่ พี้ยา มั่วสาว
อีกพวก ก็ มัวแต่ กอดแข้งกอดขา นักการเมือง เอาตัวรอด เหยียบหัว เหยียบ บ่า เพื่อนฝูง ให้เอาตัวรอด เอาตัว เป็นใหญ่เป็นโต อย่างเดียว
อีกพวก เอาแต่ กินบาท คาดสินบน
อีกพวก มัวแต่ เจี๊ยะ เทป ผี ซีดี เถื่อน หวย ไพ่ ม่านรูด อาบอบนวด ค้ายา ก้มหน้า ก้มตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แ...ก เอา เงินกันลูกเดียว

บริบ่นรำพรรณ ๕

จำนวนคนที่ตายในเหตุการณ์ เมื่อ วันที่ 6 ตุลาคม 2519 ไม่มีความหมายกระนั้นหรือ??


* การที่ นพ.สุรพงศ์ สืบวงศ์ลี ให้สัมภาษณ์ทางสื่อมวลชน กรณีที่ญาติวีระชนและพรรคฝ่ายค้าน รวมทั้งกลุ่มองค์กรต่างๆ โต้นายกสมัครฯ เหตุที่นายสมัคร ให้สัมภาษณ์ ทาง CNN.บิดเบือนความจริงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลา 2519 มีคนตาย ที่สนามหลวง เพียง 1 คน เท่านั้นว่ า”นายกสมัครฯไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขอโทษ เพราะ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เป็นเรื่องของการสร้างความแตกแยก เพราะไม่ว่า จะตายหนึ่งคน หรือตายกี่คน นั้นไม่สำคัญ เพราะเราต้องไม่ยอมให้เหตุการณ์นั้น เกิดขึ้นมาอีก”

นั่นก็หมายความว่า นพ.สุรพงษ์ฯ มีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี และ มีนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี ลองหากนพ.สุรพงษ์ฯ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี และนายสมัครฯ ไม่ได้มาเป็นนายกรัฐมนตรีฯ นพ.สุรพงษ์ จะพูดอีกแบบหนึ่ง?

ประเด็นของเรื่องที่ควรจะทำ คือ สิ่งนายสมัครฯ ให้สัมภาษณ์ CNN ว่า มีนักศึกษา ตายที่ท้องสนามหลวง เพียงคนเดียว นั้น จริง หรือไม่จริง และ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรต่างหาก เพราะ การตายของ ผู้คนในเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มันคือ เหตุการณ์ที่เป็นประวัติศาสตร์ ที่เป็นก้าวสำคัญ แห่งประชาธิปไตยของประเทศไทย ที่ทำให้มี รัฐธรรมนูญ ทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งจนถึงทุกวันนี้ และก็ยังทำให้ พรรคการเมืองต่างๆ สามารถมีบทบาททางการเมืองได้ รวมทั้งทำให้พรรคพลังประชาชน ใช้เป็น เหตุผลในการ ต่อสู้กับทหารที่ทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจจากพรรค ไทยรักไทย จนชนะการเลือกตั้ง ได้ เข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ได้เป็นรัฐมนตรี จนทุกวันนี้

ดังนั้น ความตายของ วีระชน ทุกชีวิต ที่ ล้มตายลงไปย่อมมีความหมาย มีคุณค่าที่ส่งผลให้เกิดมีประชาธิปไตยจนถึงทุกวันนี้ จึงควร รำฤก ถึง หาก มิเช่นนั้น มิใช่เป็นการ ก้าว เหยียบ บนร่าง และจิตใจ ของวีระชน ที่ สละชีพ วิญญาณ ของตน แต่ยังเป็นการ ย่ำเหยียบ ไปบน หัวใจของ ลูก เมีย พ่อ มี พี่ น้อง ญาติมิตร ใช่หรือ ไม่??

บริบ่นรำพรรณ ๔

คนทำเว็ปกับสังคม


* น่าเสียดาย ฝีมือของนักสร้างเว็ปโป๊ พูดถึงฝีมือการทำแล้ว ต้องยอมรับว่ามีฝีมือดีกว่าเว็ปที่มีเนื้อหาสาระมากมายนัก สังเกตได้ว่ามีการใช้โปรแกรม แฟล็ช โปรแกรมเอนิเมชั่นต่างๆ โปรแกรม Photoshop การทำคลิปวีดีโอ การทำภาพนิ่งให้เคลื่อนไหวได้ อย่างน่าสนใจมากมาย เยอะแยะ เสียดาย ความรู้ ความสามารถ เสียดายเครื่องไม้เครื่องมือ ที่มีราคาไม่ใช่น้อย เสียดาย พวกที่อยากทำเว็ป ดีดี อยากจะใช้ อินเตอร์เน็ต ในทางสร้างสรรค์ แต่ขาด สิ่งเหล่านี้ นี่แหละ

แต่พวกนี้กลับไปใช้ความรู้ ความสามารถ ไปในทาง กระตุ้นทางเพศ และทำลายศีลธรรม จารีต ประเพณี และวัฒนธรรม อันดีงามของเรา มันทำให้คนอยากจะมีเพศสัมพันธ์กันอย่างเสรี ไม่ต้องพูดถึงว่า เมื่อผู้ชาย ดูเว็ปโป๊แล้ว เกิดอารมณ์ วิ่งออกไป จี้ ไปดักฉุด ดักข่มขืน หรือ อยากจะชวนเด็กไปนอน หรือ ถ้าเป็นฝ่ายหญิง เมื่อดูแล้ว ก็มีอารมณ์ อยากไปนอนกับใครก็ได้ ทั้งรู้จักหรือทั้งที่ไม่รู้จัก กับใครต่อใคร ทั้งในโลก อินเตอร์เน็ต และ โลกนอกอินเตอร์เน็ต ไม่สนใจกันแล้ว

เอาแค่ว่า เมื่อดูแล้ว ก็เกิดอารมณ์ เพศขึ้นมาทันที หรือใครจะปฏิเสธว่า เมื่อดูเว็ปโป๊แล้ว รู้สึกเฉยๆ ผมไม่ว่า เพราะ ถ้าไม่บรรลุธรรมจนถึงขั้นปล่อยวางได้ ก็คงประเภทกามตายด้าน ประเภทปลุกกันไม่ขึ้น เอาแค่ว่า ระดับปุถุชนธรรมดา อย่างเราๆท่านๆ แล้วกัน อย่ามาแย้งว่า อยู่ที่เราเพราะเสียเวลาเถียงกันเปล่าๆ เหมือนกับ เรื่องอื่นๆ เช่นเรื่องของสิทธิและเสรีภาพ ที่ว่า “อยู่ที่คนที่จะนำมันไปใช้นั่นแหละ” เช่นกรณีการหักไม้เรียว โดยลืมสุภาษิตไทยที่ว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี เป็นต้น อะไรก็แล้วแต่ บอกว่า ถ้าไม่มีการควบคุม ด้วยเหตุผลที่ว่า “อยู่ที่เราเองนั่นแหละ” ก็คือพวกที่มักชอบอ้าง สิทธิเสรีภาพ จนกระทั่ง สังคมวุ่นวายจนถึงเดี๋ยวนี้ นี่งัย

หากบอกว่า บ้านเมืองยุคนี้ เป็นยุคที่มี สิทธิ เสรีภาพกันอย่างพร่ำเพรื่อ อะไรก็บอกว่าเป็นเรื่องสิทธิ เสรีภาพ ๆ โดยชอบอ้างในแบบคนละเรื่องเดียวกันแล้ว ก็ทำให้เรางง ว่า สิ่งที่เขาอ้างว่าเป็นสิทธิและเสรีภาพของเขา ว่าเป็นเรื่องของสิทธิและเสรีจริง ๆ โดยไม่มีเงื่อนไขแล้ว ผมบอกได้คำเดียวว่า เรากำลังตกหลุมพราง ซาตานเข้าแล้ว อย่างจัง

เพราะจริงๆแล้ว สิทธิ เสรีภาพ ต้องอยู่ใต้ กรอบของ กฎหมาย และศีลธรรมอันดีงามด้วย จึงจะถูก ผมจึงอยากวอนให้สื่อ และสังคม ต้องไม่หลงประเด็นในเรื่อง สิทธิเสรีภาพ กับ กรอบแห่งกฎหมาย และศีลธรรมอันดีงาม ช่วยกันเถิด ช่วยกันเหนี่ยวรั้ง อย่าให้สังคม ค่านิยมของ พวกเรา เตลิดเปิดเปิงมากไปกว่านี้ เพียงแค่นี้ สังคมเรา บ้านเมืองเราก็วุ่นวายกันมากพอแล้ว หรือจะรอให้มันมากไปกว่านี้ แล้ว จึงจะมานั่งพูด นั่งแก้กันที่หลัง ผมว่ามันจะสายเกินไปแล้ว

ปัญหาว่า ในฐานะ สื่อในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในสังคม เราจะมีบทบาทอย่างไร ในการโน้มน้าวให้ เด็กสมัยนี้ หันมาใช้ อินเตอร์เน็ต สร้างสรรค์ จรรโลง สิ่งที่ดีงามในสังคม แทนที่จะมา post รูป เว็ปโป๊ทำลายศีลธรรม กันอย่างโจ๋งครึ่ม และก็อ้างว่ามันเป็นสิทธิและเสรีภาพกันอย่างพร่ำเพรื่อผิดๆกันแบบนี้..

บริบ่นรำพรรณ ๓

มันได้เกิดอะไรขึ้นในโลกใบนี้??


* กรณีข่าวอื้อฉาวคลิปดาราหนังชาวฮ่องกง ถ่ายขณะทำอะไรกันในที่ลับ ออกเผยแพร่ทาง อินเตอร์เน็ต ใน http://www.bcoms.net อย่างกว้างขวางจนดังไปทั่วโลกขณะนี้

ไม่ใช่รายนี้รายเดียว กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยมาก ทั้งรายที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจเอา มา postup ขึ้นในอินเตอร์เน็ต และมีทั้งที่เจ้าตัวเองตั้งใจที่จะเอาคลิปของตัวเองหรือของผู้อื่นที่ตัวเองแอบถ่าย มา postup ขึ้นในอินเตอร์เน็ตก็ตาม

แต่รายนี้ เป็นกรณีที่ผู้อื่นเอาขึ้น จะโดยช่างซ่อมคอมพ์ แอบเอาคลิปที่เจ้าตัวถ่ายเก็บไว้ดูเอง แล้วเผลอปล่อยให้ช่างซ่อมแอบขโมยคลิปเอาไปโดยพละการ

การนำคลิปวีดีโอเอ๊กซ์ รูปโป๊ เปลือย รูปแอบถ่าย หรือ รูปตั้งใจถ่าย อะไรต่อมิอะไร ยังมีรูป มีคลิปร่วมเพศของนักเรียน นักศึกษา ของใครต่อใครแม้แต่ ของ ?....เราก็สามารถ ได้ดู ได้เห็นอย่างง่ายดาย ดาษดื่น มากมายมหาศาล มีทั้งแจก ทั้ง ขายบนดิน ใต้ดิน ข้างทาง ขึ้นห้าง หรือขายตรง ทั้งในร้าน นอกร้าน บนสถานีตำรวจ ในโรงเรียน แม้กระทั้งในวัด ก็ยังมี (อะไรจะขนาดน้านนนน) จนดูกันไม่หวัดไม่ไหว

เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องไม่สมควรให้สาธารณะได้รู้ได้เห็นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับเด็กนักเรียน ในวัด ในโรงเรียน ในที่ทำงาน ในหน่วยราชการ แต่บัดนี้ มันได้กลายเป็นสิ่งที่ใครต่อใคร สามารจะได้รู้ได้เห็น อย่างง่ายดายทุกที่ ทุกเวลา ในโลกอินเตอร์เน็ต และเป็นแผ่น cd

เราไม่สามารถปิดกั้นมิให้เด็ก หรือผู้ใด ได้ดู ได้รู้ เห็นได้เลย ในโลก ไร้พรมแดน ณ บัดเดี๋ยวนี้.

แล้วเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ ในระหว่างดารากับดารา นักศึกษา กับนักศึกษา นักเรียนกับนักเรียน ใครต่อใคร จนหมดเรียบร้อยโรงแรมม่านรูดไปแล้ว ไม่เหลือหลอ หรือกับใครต่อใคร เดี๋ยวกับคนโน้นคนนี้ สนุกสนานสนุกปากกัน กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาชาชินกันไปเสียแล้ว ประเทศในโซนเอเชียทั้งหลาย ไม่ใช่แต่ประเทศแถบ อเมริกา ยุโรป ไม่เว้นว่าจะเป็น ประเทศที่ เคร่งครัดในเรื่องจารีต ประเพณีนับถือศาสนาพุทธหรือศาสนาอะไรเช่น จีน ไทย อินเดีย มาเลเซีย ศรีลังกา อินโดนีเซีย หรือประเทศทั้งหลายในโลกใบนี้ เหมือนไฟลามทุ่งที่ไม่สามารถดับได้

ณ ขณะนี้ ได้เกิดขึ้นอะไรในโลกใบนี้ และมันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป อีก คิดกันเอาเองก็แล้วกันในโลกยุคโลกาภิวัฒน์..